สรุปกฎหมายขนส่งของเสีย เช็กโทษปรับใหม่ และสิ่งที่โรงงานต้องทำทันที

Wednesday - 07/01/2026

ในยุคที่โรงงานอุตสาหกรรมต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย การขนส่งของเสีย และ ขนส่งกากอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนย้ายวัสดุเหลือทิ้งออกนอกโรงงานเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการที่อยู่ภายใต้กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด หากดำเนินการผิดขั้นตอน อาจถูกปรับหลักแสนบาท หรือถูกส่งหยุดดำเนินกิจการได้ทันที

หลายโรงงานอาจคิดว่า...แค่จ้างรถมาขนของเสียก็จบ แต่ความจริงคือ ทุกขั้นตอนต้องมีเอกสารและใบอนุญาตถูกต้องตามระเบียบกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เพื่อความปลอดภัยของทั้งโรงงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

ในบทความนี้ Kiattana Transport จะสรุปให้ครบทุกประเด็นที่โรงงานต้องรู้ก่อนขนส่งของเสีย ตั้งแต่ข้อกฎหมาย ใบอนุญาต เอกสาร ไปจนถึงวิธีเลือกผู้ให้บริการอย่างถูกต้อง เพื่อให้คุณมั่นใจว่าขนส่งถูกกฎหมาย 100%

ทำไม “ขนส่งของเสีย” และ “ขนส่งกากอุตสาหกรรม” ต้องถูกควบคุม

ของเสียจากกิจกรรมอุตสาหกรรมมีหลายประเภท และหลายชนิดอาจเป็นอันตรายหากขนส่งไม่ถูกวิธี เช่น 

  • ของเสียติดเชื้อ เช่น น้ำเสียจากการผลิตอาหารและยา หากรั่วไหลอาจก่อโรคระบาดได้
  • ของเสียที่มีโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท หากถูกทิ้งไม่ถูกต้องจะปนเปื้อนน้ำใต้ดินและพืชอาหาร
  • น้ำมันและสารเคมี หากรั่วไหลลงแม่น้ำทำลายระบบนิเวศ
  • ตะกอนบำบัด หากจัดเก็บไม่ถูกวิธีอาจเกิดกลิ่นเหม็นและสารพิษต่อดินและน้ำ

ของเสียเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มที่อาจก่อให้เกิดอันตราย หากมีการรั่วไหล หรือจัดเก็บ-ขนส่งไม่ถูกต้อง ดังนั้นทุกขั้นตอน ตั้งแต่คัดแยก บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงขนส่ง ต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ประเภทของเสียที่เข้าข่ายต้องขออนุญาตขนส่ง (ตามประกาศ กรอ.)

  • ของเสียอันตราย (Hazardous Waste) เช่น สารเคมี ตัวทำละลาย กากสี น้ำมันเครื่อง กากโลหะ
  • ของเสียไม่อันตราย (Non-Hazardous Waste) เช่น เศษพลาสติก เศษไม้ ของเหลือจากกระบวนการผลิตทั่วไป 

หมายเหตุ: แม้เป็นของเสียไม่อันตราย แต่หากมีปริมาณมากเกินเกณฑ์ที่กำหนด ต้องรายงานบัญชี วอ.21 

กฎหมายและข้อกำหนดสำคัญที่โรงงานต้องรู้ก่อนขนส่งของเสีย

การขนส่งของเสียอุตสาหกรรมภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดของ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. และที่แก้ไขเพิ่มเติมรวมถึงกฎหมายลูกหลายฉบับ เพื่อควบคุมความปลอดภัยในการเคลื่อนย้าย ช่วยป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

ข้อกำหนดที่โรงงานต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ดังนี้

1.ต้องจดทะเบียน/ขึ้นทะเบียนผู้ก่อกำเนิดของเสีย (วอ.26)

โรงงานทุกประเภทที่มีการผลิตของเสีย ไม่ว่าจะเป็นของเสียอันตราย (Hazardous Waste) กากอุตสาหกรรมทั่วไป ต้องขึ้นทะเบียนเป็น “ผู้ก่อกำเนิดของเสีย” โดยใช้แบบ วอ.26
(วอ.กอ.1) เพื่อเข้าระบบกำกับของกรมโรงงานอุตสาหกรรม

กฎหมาย

  • ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการของเสียหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2548
  • กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการควบคุมการจัดการของเสียอันตรายจากชุมชน พ.ศ.2566 (บางมาตราอ้างอิงถึงการกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายของเสีย)

หากโรงงานไม่มีใบอนุญาต วอ.26  จะไม่สามารถขนส่งของเสียออกนอกพื้นที่โรงงานได้ และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 45 และ 53 (โทษปรับกรณีดำเนินกิจการผิดเงื่อนไข / ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน)

2. เลือกผู้ให้บริการ “ขนส่งของเสีย” ที่ได้รับอนุญาต (วอ.24)

ผู้รับขนส่งต้องได้รับอนุญาตจาก กรอ. (ใบประกอบกิจการขนส่ง วอ.24) ใช้รถขนส่งเฉพาะทาง  (ตามมาตรฐาน กรอ.) มีบุคลากรผ่านการอบรมด้านการขนส่งวัตถุอันตรายตามกฎหมาย มีระบบติดตาม GPS Tracking ติดตามรถแบบ Real-Time เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการขนส่งที่ถูกต้อง ปลอดภัย ไม่เสี่ยงผิดกฎหมาย 

กฎหมาย

  • ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง ระบบการกำกับการขนส่งของเสียอันตราย พ.ศ.2548
  • พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และแก้ไขเพิ่มเติม (กำกับรถและผู้ขับขี่)

หากใช้ผู้รับจ้างที่ไม่มีใบอนุญาต เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 32, 45 และอาจมีโทษภายใต้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ด้วย

3. เตรียมเอกสาร “แบบ มอ.1-มอ.3” ให้ถูกต้อง

เอกสารเหล่านี้อยู่ภายใต้ประกาศของกรมโรงงานอุตสาหกรรมเรื่องการกำกับการเคลื่อนย้ายของเสีย (มอ.) เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ การขนส่งกากอุตสาหกรรมต้องมีเอกสารกำกับทุกเที่ยว ได้แก่

  • มอ.1  หนังสือยินยอมจากผู้รับกำจัดของเสีย โรงงานปลายทางที่กำจัดของเสียต้องออกเอกสารยินยอมก่อนรับของเสียทุกครั้ง
  • มอ.2 เอกสารกำกับการขนส่ง ผู้ขนส่งต้องถือเอกสารฉบับนี้ตลอดเส้นทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ทันที
  • มอ.3 หนังสือยืนยันการรับของเสียปลายทาง ใช้เป็นหลักฐานว่าการส่งมอบของเสียถึงปลายทางอย่างถูกต้องและปลอดภัย

กฎหมาย

  • ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ.2548 เรื่อง วิธีการกำกับการขนส่งของเสียอันตราย
  • ทำตามมาตรการของ พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535

หากขาดเอกสารใดเอกสารหนึ่ง จะถือว่าการขนส่งไม่ถูกต้องและเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน มาตรา 53 (โทษปรับกรณีไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวง)

4. บรรจุของเสียต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย

ก่อนส่งออกนอกโรงงาน ต้องตรวจสอบว่า บรรจุภัณฑ์ทนการรั่วซึม มีสัญลักษณ์แสดงประเภทของเสีย ซีลปิดสนิท แยกประเภทของเสียเป็นหมวดอันตราย/ไม่อันตราย เพราะโรงงานต้องรับผิดชอบตั้งแต่จุดกำเนิดจนถึงผู้รับกำจัดปลายทาง (Cradle to grave)

กฎหมาย

  • ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการของเสียหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2548
  • ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่อง ระบบกำกับการขนส่งของเสียอันตราย พ.ศ.2548

 ซึ่งระบุชัดเจนว่าผู้ก่อกำเนิดของเสียต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยและระบุข้อมูลชัดเจน เพื่อป้องกันการรั่วไหลและลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมระหว่างการขนส่ง

ข้อกำหนดที่โรงงานต้องปฏิบัติ

  • บรรจุภัณฑ์ต้องแข็งแรง ทนแรงกระแทก และ ป้องกันการรั่วซึม ตามมาตรฐาน
  • ต้องมีสัญลักษณ์ Hazardous Waste, UN Code หรือสัญลักษณ์แยกประเภทของเสียตามมาตรฐานสากล
  • ซีลปิดสนิท ไม่แตกหักหรือเสียหาย
  • แยกประเภทของเสียเป็น อันตราย / ไม่อันตราย ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
  • ติดฉลากแสดงข้อมูลโรงงานต้นทาง ประเภทของเสีย น้ำหนัก และวันที่บรรจุ

ตามหลักความรับผิดชอบแบบ Cradle to Grave (ผู้ก่อกำเนิดต้องรับผิดชอบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง) ซึ่งกำหนดใน ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ.2548 หากบรรจุภัณฑ์ไม่ถูกต้องจนเกิดการรั่วไหล โรงงานต้องรับผิดชอบโดยตรงทั้งในด้านกฎหมายและค่าเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม

5. ขนส่งต้องใช้รถที่ได้รับอนุญาตและมีอุปกรณ์ฉุกเฉิน

รถขนส่งของเสียต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง เพราะถือเป็นการขนส่งวัสดุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหากเกิดการรั่วไหลหรืออุบัติเหตุ

มาตรฐานของรถขนส่ง

  • ต้องเป็นรถที่ได้รับอนุญาตตามประเภท วอ.24
  • ติดตั้ง GPS Tracking เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบเส้นทางได้
  • ตัวถังและพื้นที่ขนส่งต้อง แข็งแรง ป้องกันการรั่วซึม
  • มีอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น ถังดับเพลิง, ชุดดูดซับของเหลวเคมี, ชุด PPE สำหรับเจ้าหน้าทีj, อุปกรณ์กั้นพื้นที่เมื่อเกิดเหตุ
  • พนักงานขับรถต้องผ่านการอบรมการขนส่งวัตถุอันตรายตามมาตรฐานที่กำหนดใน พ.ร.บ.วัตถุอันตราย

กฎหมาย

  • พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ.2548 เรื่อง การควบคุมการขนส่งของเสียอันตราย

หากรถไม่มีใบอนุญาตหรืออุปกรณ์ไม่ครบถ้วน อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน มาตรา 32, 45 และมีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท และยังไม่แก้ไขหรือยังใช้รถผิดกฎหมายต่อเนื่อง จะถูกปรับเพิ่มเรื่อย ๆ รายวัน ไม่เกินวันละ 10,000 บาท

6. รายงานบัญชีบริหารจัดการของเสีย (วอ.21)

โรงงานต้องรายงานปริมาณของเสียเข้า-ออกทุกเดือนให้ตรง หากรายงานไม่ถูกต้อง อาจถูกตรวจสอบย้อนหลัง และมีโทษปรับตามกฎหมาย การรายงานปริมาณของเสียเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของผู้ก่อกำเนิดของเสียภายใต้

  • ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ.2548
  • ระบบกำกับโรงงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)

โรงงานต้องจัดทำ รายงาน วอ.21 ซึ่งเป็น “บัญชีบริหารจัดการของเสีย” รายเดือน โดยระบุข้อมูลดังนี้

  • ปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นในเดือนนั้น
  • ปริมาณที่ส่งออกไปกำจัด
  • ปริมาณคงเหลือในพื้นที่
  • รายชื่อผู้รับกำจัด / ผู้ขนส่ง
  • หลักฐานการรับปลายทาง (มอ.3)

การรายงาน วอ.21 ให้ถูกต้อง ช่วยให้ข้อมูลตรงกับเอกสาร มอ.1–มอ.3 ป้องกันไม่ให้เกิด “ของเสียตกค้างโดยไม่มีที่มา” ลดความเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบย้อนหลังจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

หากไม่รายงาน หรือรายงานคลาดเคลื่อน อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน มาตรา 53 (โทษปรับกรณีไม่ปฏิบัติตามประกาศของกระทรวง) และอาจถูกตรวจสอบเพิ่มเติมด้านการจัดการของเสียทั้งหมดของโรงงาน

เอกสาร วอ. และ มอ. ตามกฎหมาย กรมโรงงานอุตสาหกรรม

เอกสาร "วอ." และ "มอ." เป็นแบบฟอร์มหลักที่ใช้ในการกำกับดูแลการจัดการกากอุตสาหกรรม (ของเสีย) ซึ่งแต่ละฉบับมีบทบาทดังนี้

1. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อกำเนิดกากอุตสาหกรรม (โรงงาน)

  • วอ.26 (การจดทะเบียนผู้ก่อกำเนิดกากอุตสาหกรรม)
    • บทบาทสำคัญ: เป็นใบอนุญาต/การขึ้นทะเบียน เพื่อให้โรงงานสามารถส่งกากอุตสาหกรรมออกไปจัดการนอกโรงงานได้อย่างถูกต้อง
    • ผู้ที่ต้องมี/รายงาน: โรงงานผู้ก่อกำเนิดของเสีย
  • วอ.21 (การรายงานสรุปผลการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว)
    • บทบาทสำคัญ: เป็นการรายงานประจำปี/เดือน เพื่อสรุปปริมาณการเกิด, การจัดเก็บ, และการส่งกากฯ ออกนอกโรงงานทั้งหมด
    • ผู้ที่ต้องมี/รายงาน: โรงงานผู้ก่อกำเนิดของเสีย

2. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้รับจัดการกากฯ (ผู้ขนส่ง/ผู้บำบัด)

  • วอ.24 (การขออนุญาตเป็นผู้ประกอบการรับจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว)
    • บทบาทสำคัญ: เป็นใบอนุญาต ในการเป็นผู้รับขนส่งและ/หรือผู้รับบำบัด/กำจัดกากอุตสาหกรรม
    • ผู้ที่ต้องมี/รายงาน: ผู้รับขนส่งกากฯ และผู้รับบำบัด/กำจัดกากฯ

3.  เอกสารกำกับการขนส่ง

  • มอ.1-3 (หนังสือกำกับการขนส่ง - Manifest System)
    • บทบาทสำคัญ: เป็น เอกสารกำกับ การขนส่งกากฯ แต่ละเที่ยว เพื่อติดตามและยืนยันว่าของเสียไปถึงปลายทางตามที่ขออนุญาตจริง (มอ.1: ผู้รับกำจัดยินยอม, มอ.2: กำกับการขนส่ง, มอ.3: ยืนยันการรับปลายทาง)
    • ผู้ที่ต้องมี/รายงาน: ทั้งโรงงานผู้ก่อกำเนิด, ผู้ขนส่ง, และผู้รับกำจัด

ข้อผิดพลาดที่โรงงานทำบ่อย และเสี่ยงผิดกฎหมาย

การจัดการของเสียอุตสาหกรรมอยู่ภายใต้กฎหมายหลายฉบับ เช่น

  • พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535
  • ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการจัดการของเสีย พ.ศ.2548

ความผิดพลาดเล็ก ๆ จากการจัดการของเสียอาจกลายเป็นคดีความหรือทำให้โรงงานถูกสั่งหยุดดำเนินงานได้ หากฝ่าฝืนข้อกำหนดดังต่อไปนี้

1. เลือกบริษัทขนส่งที่ไม่มีใบอนุญาต
ความผิด:
ฝ่าฝืนมาตรา 32 (ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต) โทษตามมาตรา 45

  • ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
  • ปรับเพิ่มวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะหยุดฝ่าฝืน

 ในกรณีร้ายแรงอาจถูกพิจารณาให้ ระงับหรือเพิกถอนใบอนุญาตโรงงาน

2. บรรจุของเสียไม่ถูกประเภท/ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

โรงงานไม่แยกประเภทของเสีย/ไม่อันตราย บรรจุภัณฑ์ไม่ปลอดภัยหรือไม่มีสัญลักษณ์  Hazardous Waste 

กฎหมาย

  • ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าด้วยการจัดการของเสีย พ.ศ.2548
  • ปรับสูงสุด 200,000 บาท (มาตรา 45)

หากเกิดการรั่วไหล = เข้าข่าย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม มีความผิดทั้งฝ่ายโรงงานและผู้ขนส่ง อาจถูกสั่ง หยุดการขนส่งของเสียชั่วคราวทันที

3. เอกสาร มอ.1-มอ.3 ไม่ครบ หรือกรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง

  • เอกสาร มอ.1-มอ.3 ไม่ครบ การขนส่งโดย ไม่มีระบบกำกับ ถือว่าผิดตามมาตรา 32 โทษตามมาตรา 45 ปรับไม่เกิน 200,000 บาท + ปรับรายวัน ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้โรงงานถูกสั่งหยุดการดำเนินงานหรือถูกฟ้องร้องได้
  • รายงาน วอ.21 ไม่ตรงกับปริมาณที่ส่งออกจริง วอ.21 คือบัญชีบริหารจัดการของเสียรายเดือนที่ต้องรายงานให้ กรอ. เช่น รายงานน้อยกว่าความเป็นจริง ถือว่า บิดเบือนข้อมูลความผิดฝ่าฝืนข้อกำหนดตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม 

กฎหมาย

ปรับไม่เกิน 100,000 – 200,000 บาท (ขึ้นกับลักษณะความผิด) เสี่ยงถูกเรียกตรวจสอบเอกสารย้อนหลังหลายปี หากพบเจตนาปกปิด อาจถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมภายใต้ พ.ร.บ.โรงงาน

4. ส่งของเสียไปยังผู้รับกำจัดที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือไม่มีใบอนุญาต วอ.7 ถือว่าเป็นการกำจัดของเสียผิดเงื่อนไขตามมาตรา 32 

กฎหมาย

ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ปรับรายวันจนกว่าจะหยุดฝ่าฝืน ในกรณีรุนแรงอาจถูกสั่ง หยุดการดำเนินงานของโรงงาน ชั่วคราวหรือถาวร หากของเสียก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม = อาจถูกฟ้องร้องตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม

วิธีเลือกบริษัท “ขนส่งกากอุตสาหกรรม” ให้ปลอดภัยและถูกกฎหมาย

การเลือกผู้ให้บริการที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยทั้งโรงงานและชุมชน ดังนั้นควร Checklist ตรวจสอบดังนี้

  • มีใบอนุญาต วอ.24/ใบอนุญาตขนส่งวัตถุอันตราย
  • มีประสบการณ์ด้านการขนส่งของเสียอุตสาหกรรม
  • รถขนส่งผ่านมาตรฐาน DOT (Department of Transportation) และติด GPS ทุกคัน
  • ทีมงานผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย
  • มีระบบรายงานเอกสารครบถ้วน

ตัวอย่างขั้นตอนขนส่งของเสียที่ปลอดภัย

  1. คัดแยกประเภทของเสีย (อันตราย/ไม่อันตราย)
  2. บรรจุภัณฑ์ตามมาตรฐาน พร้อมซีลและสัญลักษณ์
  3. เตรียมเอกสาร มอ.1-มอ.3
  4. เลือกผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต วอ.24
  5. ติดตามการขนส่งด้วย GPS
  6. ส่งต่อไปยังผู้รับกำจัดปลายทางที่ได้รับอนุญาต
  7. รายงานปริมาณของเสียต่อ กรอ. (วอ.21)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 Q: ขนส่งของเสียต้องมีใบอนุญาตอะไร?
    A: ต้องมีใบอนุญาตขนส่ง (วอ.24) และเอกสาร มอ.1-มอ.3 ตามกฎหมาย

Q: รถขนส่งของเสียต้องมีมาตรฐานอะไร?
    A: รถได้รับอนุญาต ขนส่งวัตถุอันตราย, GPS, อุปกรณ์ฉุกเฉิน, PPE

Q: ทำไมต้องใช้บริษัทที่ได้รับอนุญาต?
    A: เพื่อความปลอดภัยและถูกกฎหมาย ลดความเสี่ยงต่อโรงงานและสิ่งแวดล้อม

Q: บริษัทขนส่งสามารถขนของเสียทุกประเภทได้ไหม?
    A: ขึ้นกับใบอนุญาตของบริษัท บางรายรับเฉพาะของเสียไม่อันตราย

Q: หากรายงานปริมาณของเสียไม่ตรงจะเกิดอะไรขึ้น?
    A: ผิดกฎหมาย เสี่ยงถูกตรวจสอบย้อนหลังและถูกปรับ

ขนส่งของเสียอย่างถูกกฎหมาย = ลดความเสี่ยง ปลอดภัย ตรวจสอบได้

การขนส่งของเสีย และ ขนส่งกากอุตสาหกรรม ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงต่อโรงงาน การทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้โรงงานดำเนินงานอย่างราบรื่น ไร้ปัญหาตรวจสอบ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อภาครัฐและชุมชน

เลือกผู้ให้บริการขนส่งมืออาชีพอย่าง Kiattana Transport เรามีประสบการณ์ด้าน ขนส่งของเสียและกากอุตสาหกรรม ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูง ใบอนุญาตครบถ้วน ระบบติดตาม GPS และทีมงานผ่านการอบรมด้านสารเคมีและวัตถุอันตราย พร้อมให้บริการขนส่งอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน 

 

สนใจติดต่อ:
โทร: 02-501-7330
Email: marketing@kiattana.co.th