ในยุคที่โรงงานอุตสาหกรรมต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย การขนส่งของเสีย และ ขนส่งกากอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนย้ายวัสดุเหลือทิ้งออกนอกโรงงานเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการที่อยู่ภายใต้กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด หากดำเนินการผิดขั้นตอน อาจถูกปรับหลักแสนบาท หรือถูกส่งหยุดดำเนินกิจการได้ทันที
หลายโรงงานอาจคิดว่า...แค่จ้างรถมาขนของเสียก็จบ แต่ความจริงคือ ทุกขั้นตอนต้องมีเอกสารและใบอนุญาตถูกต้องตามระเบียบกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เพื่อความปลอดภัยของทั้งโรงงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
ในบทความนี้ Kiattana Transport จะสรุปให้ครบทุกประเด็นที่โรงงานต้องรู้ก่อนขนส่งของเสีย ตั้งแต่ข้อกฎหมาย ใบอนุญาต เอกสาร ไปจนถึงวิธีเลือกผู้ให้บริการอย่างถูกต้อง เพื่อให้คุณมั่นใจว่าขนส่งถูกกฎหมาย 100%
ของเสียจากกิจกรรมอุตสาหกรรมมีหลายประเภท และหลายชนิดอาจเป็นอันตรายหากขนส่งไม่ถูกวิธี เช่น
ของเสียเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มที่อาจก่อให้เกิดอันตราย หากมีการรั่วไหล หรือจัดเก็บ-ขนส่งไม่ถูกต้อง ดังนั้นทุกขั้นตอน ตั้งแต่คัดแยก บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงขนส่ง ต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
หมายเหตุ: แม้เป็นของเสียไม่อันตราย แต่หากมีปริมาณมากเกินเกณฑ์ที่กำหนด ต้องรายงานบัญชี วอ.21
การขนส่งของเสียอุตสาหกรรมภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดของ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. และที่แก้ไขเพิ่มเติมรวมถึงกฎหมายลูกหลายฉบับ เพื่อควบคุมความปลอดภัยในการเคลื่อนย้าย ช่วยป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
1.ต้องจดทะเบียน/ขึ้นทะเบียนผู้ก่อกำเนิดของเสีย (วอ.26)
โรงงานทุกประเภทที่มีการผลิตของเสีย ไม่ว่าจะเป็นของเสียอันตราย (Hazardous Waste) กากอุตสาหกรรมทั่วไป ต้องขึ้นทะเบียนเป็น “ผู้ก่อกำเนิดของเสีย” โดยใช้แบบ วอ.26
(วอ.กอ.1) เพื่อเข้าระบบกำกับของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
กฎหมาย
หากโรงงานไม่มีใบอนุญาต วอ.26 จะไม่สามารถขนส่งของเสียออกนอกพื้นที่โรงงานได้ และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 45 และ 53 (โทษปรับกรณีดำเนินกิจการผิดเงื่อนไข / ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน)
2. เลือกผู้ให้บริการ “ขนส่งของเสีย” ที่ได้รับอนุญาต (วอ.24)
ผู้รับขนส่งต้องได้รับอนุญาตจาก กรอ. (ใบประกอบกิจการขนส่ง วอ.24) ใช้รถขนส่งเฉพาะทาง (ตามมาตรฐาน กรอ.) มีบุคลากรผ่านการอบรมด้านการขนส่งวัตถุอันตรายตามกฎหมาย มีระบบติดตาม GPS Tracking ติดตามรถแบบ Real-Time เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการขนส่งที่ถูกต้อง ปลอดภัย ไม่เสี่ยงผิดกฎหมาย
กฎหมาย
หากใช้ผู้รับจ้างที่ไม่มีใบอนุญาต เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 32, 45 และอาจมีโทษภายใต้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ด้วย
3. เตรียมเอกสาร “แบบ มอ.1-มอ.3” ให้ถูกต้อง
เอกสารเหล่านี้อยู่ภายใต้ประกาศของกรมโรงงานอุตสาหกรรมเรื่องการกำกับการเคลื่อนย้ายของเสีย (มอ.) เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ การขนส่งกากอุตสาหกรรมต้องมีเอกสารกำกับทุกเที่ยว ได้แก่
กฎหมาย
หากขาดเอกสารใดเอกสารหนึ่ง จะถือว่าการขนส่งไม่ถูกต้องและเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน มาตรา 53 (โทษปรับกรณีไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวง)
4. บรรจุของเสียต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
ก่อนส่งออกนอกโรงงาน ต้องตรวจสอบว่า บรรจุภัณฑ์ทนการรั่วซึม มีสัญลักษณ์แสดงประเภทของเสีย ซีลปิดสนิท แยกประเภทของเสียเป็นหมวดอันตราย/ไม่อันตราย เพราะโรงงานต้องรับผิดชอบตั้งแต่จุดกำเนิดจนถึงผู้รับกำจัดปลายทาง (Cradle to grave)
กฎหมาย
ซึ่งระบุชัดเจนว่าผู้ก่อกำเนิดของเสียต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยและระบุข้อมูลชัดเจน เพื่อป้องกันการรั่วไหลและลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมระหว่างการขนส่ง
ข้อกำหนดที่โรงงานต้องปฏิบัติ
ตามหลักความรับผิดชอบแบบ Cradle to Grave (ผู้ก่อกำเนิดต้องรับผิดชอบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง) ซึ่งกำหนดใน ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ.2548 หากบรรจุภัณฑ์ไม่ถูกต้องจนเกิดการรั่วไหล โรงงานต้องรับผิดชอบโดยตรงทั้งในด้านกฎหมายและค่าเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม
5. ขนส่งต้องใช้รถที่ได้รับอนุญาตและมีอุปกรณ์ฉุกเฉิน
รถขนส่งของเสียต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง เพราะถือเป็นการขนส่งวัสดุที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหากเกิดการรั่วไหลหรืออุบัติเหตุ
มาตรฐานของรถขนส่ง
กฎหมาย
หากรถไม่มีใบอนุญาตหรืออุปกรณ์ไม่ครบถ้วน อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน มาตรา 32, 45 และมีโทษปรับไม่เกิน 200,000 บาท และยังไม่แก้ไขหรือยังใช้รถผิดกฎหมายต่อเนื่อง จะถูกปรับเพิ่มเรื่อย ๆ รายวัน ไม่เกินวันละ 10,000 บาท
6. รายงานบัญชีบริหารจัดการของเสีย (วอ.21)
โรงงานต้องรายงานปริมาณของเสียเข้า-ออกทุกเดือนให้ตรง หากรายงานไม่ถูกต้อง อาจถูกตรวจสอบย้อนหลัง และมีโทษปรับตามกฎหมาย การรายงานปริมาณของเสียเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของผู้ก่อกำเนิดของเสียภายใต้
โรงงานต้องจัดทำ รายงาน วอ.21 ซึ่งเป็น “บัญชีบริหารจัดการของเสีย” รายเดือน โดยระบุข้อมูลดังนี้
การรายงาน วอ.21 ให้ถูกต้อง ช่วยให้ข้อมูลตรงกับเอกสาร มอ.1–มอ.3 ป้องกันไม่ให้เกิด “ของเสียตกค้างโดยไม่มีที่มา” ลดความเสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบย้อนหลังจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
หากไม่รายงาน หรือรายงานคลาดเคลื่อน อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน มาตรา 53 (โทษปรับกรณีไม่ปฏิบัติตามประกาศของกระทรวง) และอาจถูกตรวจสอบเพิ่มเติมด้านการจัดการของเสียทั้งหมดของโรงงาน
เอกสาร "วอ." และ "มอ." เป็นแบบฟอร์มหลักที่ใช้ในการกำกับดูแลการจัดการกากอุตสาหกรรม (ของเสีย) ซึ่งแต่ละฉบับมีบทบาทดังนี้
1. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อกำเนิดกากอุตสาหกรรม (โรงงาน)
2. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้รับจัดการกากฯ (ผู้ขนส่ง/ผู้บำบัด)
3. เอกสารกำกับการขนส่ง
การจัดการของเสียอุตสาหกรรมอยู่ภายใต้กฎหมายหลายฉบับ เช่น
ความผิดพลาดเล็ก ๆ จากการจัดการของเสียอาจกลายเป็นคดีความหรือทำให้โรงงานถูกสั่งหยุดดำเนินงานได้ หากฝ่าฝืนข้อกำหนดดังต่อไปนี้
1. เลือกบริษัทขนส่งที่ไม่มีใบอนุญาต
ความผิด: ฝ่าฝืนมาตรา 32 (ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต) โทษตามมาตรา 45
ในกรณีร้ายแรงอาจถูกพิจารณาให้ ระงับหรือเพิกถอนใบอนุญาตโรงงาน
2. บรรจุของเสียไม่ถูกประเภท/ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
โรงงานไม่แยกประเภทของเสีย/ไม่อันตราย บรรจุภัณฑ์ไม่ปลอดภัยหรือไม่มีสัญลักษณ์ Hazardous Waste
กฎหมาย
หากเกิดการรั่วไหล = เข้าข่าย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม มีความผิดทั้งฝ่ายโรงงานและผู้ขนส่ง อาจถูกสั่ง หยุดการขนส่งของเสียชั่วคราวทันที
3. เอกสาร มอ.1-มอ.3 ไม่ครบ หรือกรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง
กฎหมาย
ปรับไม่เกิน 100,000 – 200,000 บาท (ขึ้นกับลักษณะความผิด) เสี่ยงถูกเรียกตรวจสอบเอกสารย้อนหลังหลายปี หากพบเจตนาปกปิด อาจถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมภายใต้ พ.ร.บ.โรงงาน
4. ส่งของเสียไปยังผู้รับกำจัดที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือไม่มีใบอนุญาต วอ.7 ถือว่าเป็นการกำจัดของเสียผิดเงื่อนไขตามมาตรา 32
กฎหมาย
ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ปรับรายวันจนกว่าจะหยุดฝ่าฝืน ในกรณีรุนแรงอาจถูกสั่ง หยุดการดำเนินงานของโรงงาน ชั่วคราวหรือถาวร หากของเสียก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม = อาจถูกฟ้องร้องตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม
การเลือกผู้ให้บริการที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยทั้งโรงงานและชุมชน ดังนั้นควร Checklist ตรวจสอบดังนี้
ตัวอย่างขั้นตอนขนส่งของเสียที่ปลอดภัย
Q: ขนส่งของเสียต้องมีใบอนุญาตอะไร?
A: ต้องมีใบอนุญาตขนส่ง (วอ.24) และเอกสาร มอ.1-มอ.3 ตามกฎหมาย
Q: รถขนส่งของเสียต้องมีมาตรฐานอะไร?
A: รถได้รับอนุญาต ขนส่งวัตถุอันตราย, GPS, อุปกรณ์ฉุกเฉิน, PPE
Q: ทำไมต้องใช้บริษัทที่ได้รับอนุญาต?
A: เพื่อความปลอดภัยและถูกกฎหมาย ลดความเสี่ยงต่อโรงงานและสิ่งแวดล้อม
Q: บริษัทขนส่งสามารถขนของเสียทุกประเภทได้ไหม?
A: ขึ้นกับใบอนุญาตของบริษัท บางรายรับเฉพาะของเสียไม่อันตราย
Q: หากรายงานปริมาณของเสียไม่ตรงจะเกิดอะไรขึ้น?
A: ผิดกฎหมาย เสี่ยงถูกตรวจสอบย้อนหลังและถูกปรับ
การขนส่งของเสีย และ ขนส่งกากอุตสาหกรรม ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความเสี่ยงต่อโรงงาน การทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้โรงงานดำเนินงานอย่างราบรื่น ไร้ปัญหาตรวจสอบ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อภาครัฐและชุมชน
เลือกผู้ให้บริการขนส่งมืออาชีพอย่าง Kiattana Transport เรามีประสบการณ์ด้าน ขนส่งของเสียและกากอุตสาหกรรม ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูง ใบอนุญาตครบถ้วน ระบบติดตาม GPS และทีมงานผ่านการอบรมด้านสารเคมีและวัตถุอันตราย พร้อมให้บริการขนส่งอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน
สนใจติดต่อ:
โทร: 02-501-7330
Email: marketing@kiattana.co.th