ต้นทุนขนส่ง…กำลังกินกำไรธุรกิจอยู่รึเปล่า? ทุกวันนี้ต้นทุนโลจิสติกส์อาจกินกำไรธุรกิจของคุณมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องขนส่งสินค้าเป็นประจำ “แค่เลือกวิธีขนส่งผิด” อาจทำให้เสียต้นทุนเพิ่มปีละหลักแสนถึงหลักล้าน นี่คือเหตุผลที่ขนส่งทางรางเป็นทางเลือกที่หลายธุรกิจหันมาใช้
ในบทความนี้ Kiattana Transport จะพาคุณไปวิเคราะห์ข้อดีและข้อจำกัดของการขนส่งทางรางแบบครบวงจร เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้แม่นยำ
ก่อนที่หลายธุรกิจจะเปลี่ยนมาใช้ขนส่งทางราง มักเจอปัญหาเหล่านี้
หากธุรกิจของคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ ขนส่งทางรางอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขนส่งทางราง หรือ Rail Freight กลับมาเป็นตัวเลือกสำคัญของธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ส่งออก การขนส่งรูปแบบนี้ใช้ระบบรถไฟในการลำเลียงสินค้า ผ่านตู้คอนเทนเนอร์หรือโบกี้ ซึ่งสามารถรองรับสินค้าได้ปริมาณมากในครั้งเดียว
ปัจจัยที่ทำให้ขนส่งทางรางกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ได้แก่
หลายธุรกิจมองว่าการขนส่งเป็นเพียงค่าใช้จ่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว โลจิสติกส์เป็นเครื่องมือเพิ่มกำไร เพราะถ้าสามารถลดต้นทุนการขนส่งได้ 10 - 20% นั่นคือกำไรที่เพิ่มขึ้นทันที โดยไม่ต้องเพิ่มยอดขาย นี่เป็นเหตุผลที่องค์กรขนาดใหญ่ให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบขนส่งมากกว่าที่คิด
รถไฟสามารถขนสินค้าได้จำนวนมากในครั้งเดียว ซึ่งมีโอกาสทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่าขนส่งทางรถบรรทุก โดยเฉพาะเมื่อขนส่งปริมาณมากและระยะไกล เหมาะกับธุรกิจ เช่น โรงงานผลิตสินค้า ธุรกิจส่งออก สินค้าเกษตรและวัตถุดิบ
การขนส่งบนถนนมักเจอปัญหาการจราจร อุบัติเหตุ สภาพอากาศ ทำให้เกิดโอกาสส่งสินค้าล่าช้าได้ แต่ขนส่งทางรางมีเส้นทางเฉพาะทำให้การขนส่งแม่นยำและรวดเร็วกว่า
ขนส่งทางรางปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าขนส่งทางถนน เหมาะกับองค์กรที่ต้องการทำ ESG หรือสร้างภาพลักษณ์รักษ์โลก
จุดเด่นสำคัญของขนส่งทางรางคือ ความคุ้มค่าในระยะไกล เช่น ไทย > ลาว, ไทย > จีน
(ยิ่งระยะทางไกล ต้นทุนต่อหน่วยยิ่งถูกลง)
ปัจจุบันเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อภูมิภาคมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขนส่งทางรางเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของการค้าระหว่างประเทศในอนาคต
แม้จะประหยัดระยะไกล แต่ขนส่งทางรางไม่สามารถส่งถึงหน้าลูกค้าได้ ต้องใช้รถบรรทุกต่อ ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่ม
รถไฟมีตารางเวลาที่แน่นอน เส้นทางตายตัว ไม่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความเร็วหรือเปลี่ยนแผนแบบ Real-Time
ถึงแม้ขนส่งทางรถไฟจะมีความเสถียร แต่การรอรอบรถไฟ หรือจัดการตู้สินค้า อาจทำให้ระยะเวลาโดยรวมช้ากว่ารถบรรทุก
พื้นที่ที่ไม่มีสถานีรถไฟหรือศูนย์กระจายสินค้า อาจทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้น
กลุ่มสินค้าที่ไม่เหมาะ ได้แก่ สินค้า E-Commerce สินค้าควบคุมอุณหภูมิ สินค้า High Value เพราะต้องการความเร็วและปลอดภัยสูงase Study: ขนส่งเกลือทางราง เส้นทางบ้านกระโดน – มาบตาพุด
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น นี่เป็นตัวอย่างการใช้งานขนส่งทางรางจริงในภาคอุตสาหกรรม ที่ช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รายละเอียดการขนส่ง
ผลลัพธ์ด้านต้นทุน
จากการเปรียบเทียบต้นทุนระหว่าง ขนส่งทางราง vs ขนส่งทางถนน พบว่า
ถึงแม้เปอร์เซนต์จะดูไม่มาก แต่เมื่อคำนวณภาพรวมทั้งปีสามารถช่วยลดต้นทุนได้หลักแสนถึงหลักล้านเลยทีเดียว หากธุรกิจของคุณมีลักษณะ ดังนี้ ขนส่งทางร้างจะให้ความคุ้มค่าสูงสุด
หากธุรกิจของคุณมีเงื่อนไขใกล้เคียงกับกรณีนี้ ขนส่งทางรางอาจช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้จริง และเพิ่มกำไรในระยะยาว
เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง ขนส่งระบบราง และขนส่งทางถนน จะพบว่าทั้งสองรูปแบบมีจุดเด่นที่ต่างกันอย่างชัดเจน
ดังนั้น หากธุรกิจของคุณเน้น “ประหยัดต้นทุนในระยะยาว” และมีปริมาณสินค้ามาก ขนส่งระบบรางคือทางเลือกที่คุ้มค่า แต่หากต้องการ “ความเร็วและความยืดหยุ่น” ขนส่งทางถนนยังคงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่าในหลายสถานการณ์
ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ขนส่งลองถามตัวเองว่า สินค้าของคุณเยอะพอหรือไม่ ต้องการความเร็วหรือประหยัด เส้นทางมีโครงสร้างรองรับหรือไม่ มีแผนระยะยาวหรือไม่ หากธุรกิจของคุณเน้นต้นทุนและขนสินค้าปริมาณมาก ๆ ขนส่งทางรางเหมาะที่สุด
ถ้าธุรกิจของคุณมีลักษณะ ดังนี้
ถ้าตรง 3 ข้อขึ้นไป เหมาะที่จะใช้ขนส่งทางราง!
ผู้ประกอบการที่ใช้ขนส่งทางรางได้คุ้ม มักจะวางแผนล่วงหน้าได้ดี มีปริมาณสินค้าสม่ำเสมอ ใช้ Hybrid Logistics รางกับถนน และควรเลือกใช้พาร์ทเนอร์ขนส่งที่มีประสบการณ์
แต่สิ่งสำคัญคือ ขนส่งรถไฟไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกธุรกิจ แต่ถ้าใช้ถูกจุดจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้มหาศาล เพิ่มกำไร สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน หัวใจสำคัญคือเลือกให้เหมาะไม่ใช่เลือกเพราะราคาถูก
Q: ขนส่งทางรางถูกจริงไหม?
A: ถูกจริงในกรณีที่เป็นขนส่งระยะไกลและมีปริมาณสินค้ามาก
Q: ธุรกิจ SME ใช้ขนส่งทางรางได้ไหม?
A: ใช้ได้ แต่ต้องมี Volume เพียงพอ ไม่เช่นนั้นต้นทุนอาจสูงกว่าขนส่งทางถนน
Q: สินค้าแบบไหนไม่เหมาะกับขนส่งทางราง?
A: สินค้าด่วน สินค้ามูลค่าสูง และสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ
Q: ควรใช้ขนส่งแบบผสม Hybrid หรือไม่?
A: แนะนำ เพราะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นได้ทั้งทางรถไฟและรถบรรทุก
Q ขนส่งทางรถไฟใช้เวลานานกว่ารถบรรทุกไหม?
A: ไม่เสมอไป บางกรณีใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย แต่เสถียรกว่า ทำให้วางแผนได้แม่นยำกว่าในระยะยาว
Q: ขนส่งระบบรางเหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
A: เหมาะกับธุรกิจที่มีปริมาณสินค้าสม่ำเสมอ ขนส่งระยะไกล และต้องการควบคุมต้นทุนโลจิสติกส์ในระยะยาว
อย่าปล่อยให้ต้นทุนขนส่งสูงเกินความจำเป็น หากกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ขนส่งที่เชี่ยวชาญเส้นทางรางและขนส่งระหว่างประเทศ Kiattana Transport พร้อมให้บริการขนส่งสินค้าแบบครบวงจร ทั้งขนส่งรถบรรทุก ขนส่งข้ามแดนลาว ขนส่งทางราง ยินดีให้คำปรึกษาโดยทีมงานมืออาชีพ
สนใจติดต่อ:
โทร: 02-501-7330
Email: marketing@kiattana.co.th