ไขความลับ UN Number ตัวเลขที่กำหนดความปลอดภัยในการขนส่ง

Wednesday - 03/06/2026

เวลาเห็นรถขนส่งน้ำมัน หรือรถบรรทุกสารเคมีวิ่งอยู่บนถนน หลายคนเคยสังเกต “ป้ายสีส้ม” ที่มีตัวเลข 4 หลักติดอยู่ด้านหน้าหรือด้านท้ายรถ เคยสงสัยไหมว่ามันคืออะไร ตัวเลขพวกนี้มีความหมายอะไรบ้าง?

คำตอบก็คือ ตัวเลขเหล่านั้นไม่ใช่รหัสทั่วไป แต่คือ “UN Number” หรือรหัสประจำวัตถุอันตรายที่ใช้กันทั่วโลก เพื่อระบุชนิดของวัตถุอันตราย ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน เชื้อเพลิง ก๊าซ หรือสารเคมีอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพราะในโลกของการขนส่งสารเคมี เชื้อเพลิง และวัตถุอันตราย มีความเสี่ยงสูง หากเกิดความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมได้ 

บทความนี้ Kiattana Transport จะพาคุณไปรู้จักว่า UN Number คืออะไร สำคัญอย่างไร และทำไมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถขนส่งน้ำมัน ขนส่งวัตถุอันตราย และขนส่งเคมีภัณฑ์ถึงไม่ควรมองข้ามเรื่องนี้เด็ดขาด

UN Number สำคัญอย่างไร ? สิ่งที่ผู้ประกอบการขนส่งต้องรู้ 

UN Number หรือ United Nations Number คือ “รหัสตัวเลข 4 หลัก” ที่องค์กรสหประชาชาติ (UN) กำหนดขึ้น เพื่อใช้ระบุชนิดของวัตถุอันตรายในการขนส่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นขนส่งทางถนน ทางเรือ ทางอากาศ หรือทางรถไฟ ต่างใช้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าสารนั้นคืออะไร และต้องจัดการอย่างไรอย่างปลอดภัยที่สุด 

เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่สามารถดูเลข UN Number เพื่อประเมินได้ทันทีว่าสารนั้นติดไฟหรือไม่ เป็นก๊าซพิษหรือเปล่า ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันแบบใด ถึงจะควบคุมสถานการณ์ได้

เปิดรหัส UN Number ที่พบบ่อยบนรถขนส่งน้ำมันและรถขนสารเคมี

  • UN 1203 : น้ำมันเบนซิน จัดเป็นของเหลวไวไฟ
  • UN 1977 : ไนโตรเจนเหลว จัดเป็นก๊าซ
  • UN 1789 : กรดไฮโดรคลอริก จัดเป็นสารกัดกร่อน
  • UN 1090 : อะซีโตน จัดเป็นของเหลวไวไฟ
  • UN 1017 : คลอรีน จัดเป็นก๊าซพิษ

หลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุบนถนนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะใช้ข้อมูลจาก UN Number เป็นสิ่งแรกประเมินสถานการณ์ เพราะช่วยลดเวลาในการตัดสินใจ และลดความเสี่ยงต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และประชาชนบริเวณที่เกิดเหตุ 

วิธีสังเกต UN Number บนรถขนส่งวัตถุอันตราย 

สำหรับธุรกิจขนส่งวัตถุอันตราย จำเป็นต้องติดป้าย UN Number บริเวณด้านหน้า ด้านหลัง หรือด้านข้างของรถขนส่งวัตถุอันตรายให้ชัดเจน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล เพราะถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น รถพลิกคว่ำ ไฟไหม้ หรือสารรั่วไหล เจ้าหน้าที่สามารถอ่าน UN Number และวางแผนรับมือได้ทันที ลดความเสี่ยงการระเบิดหรือการปนเปื้อน

นอกจาก UN Number ที่ใช้ระบุชนิดของสารแล้ว ป้ายสีส้มบนรถขนส่งวัตถุอันตรายยังมีตัวเลขด้านบนที่เรียกว่า Hazard Identification Number หรือ Kemler Code ซึ่งใช้บ่งบอกลักษณะความอันตรายของสารนั้น ๆ โดยเลขตัวแรกแสดงอันตรายหลัก เช่น 3 หมายถึงของเหลวไวไฟ และ 8 หมายถึงสารกัดกร่อน ส่วนเลข 0 หมายถึงไม่มีอันตรายรองที่ต้องระบุเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น รหัส 30 หมายถึงของเหลวไวไฟ และรหัส 80 หมายถึงสารกัดกร่อน 

ความหมายของเลขบน (Kemler Code)

1 = วัตถุระเบิด
2 = ก๊าซ
3 = ของเหลวไวไฟ
4 = ของแข็งไวไฟ
5 = สารออกซิไดซ์
6 = สารพิษ
7 = กัมมันตรังสี
8 = สารกัดกร่อน
9 = อันตรายเบ็ดเตล็ด
0 = ไม่มีอันตรายรองที่ต้องระบุ

ทำไมเลข UN Number ต้องระบุให้ถูกต้องอย่างเคร่งครัด

1. ช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการขนส่งผิดประเภท

วัตถุอันตรายแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน บางชนิดติดไฟง่าย บางชนิดกัดกร่อน หรือบางชนิดอาจระเบิดได้ ถ้าจัดเก็บหรือขนส่งผิดวิธี อาจเกิดอันตรายรุนแรงได้ ซึ่ง UN Number ช่วยให้ผู้ขนส่งทราบทันทีว่า

  • ต้องใช้รถแบบไหนประเภทใด
  • ต้องควบคุมอุณหภูมิหรือไม่
  • ห้ามขนส่งร่วมกับสารชนิดใด
  • ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันอะไรบ้าง

หากระบุเลขผิดเพียงตัวเดียว อาจนำไปสู่อุบัติเหตุใหญ่ได้

2. เป็นข้อกำหนดตามกฎหมาย

การขนส่งวัตถุอันตรายในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย เช่น

  • การติดป้าย UN Number
  • การแสดงป้าย Hazmat สัญลักษณ์วัตถุอันตราย
  • เอกสารกำกับการขนส่ง
  • การอบรมพนักงานขับรถ

หากไม่ปฏิบัติตามอาจมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงส่งผลกระทบต่อมาตรฐานการขนส่งสารเคมีขององค์กร 

หลายคนสับสน UN Number กับป้าย Hazmat ต่างกันยังไง 

แม้จะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเหมือนกันแต่ทั้งสองอย่างทำหน้าที่ต่างกัน 

  • UN Number คือ “รหัสตัวเลข” ที่ระบุชื่อสารหรือวัตถุอันตรายโดยเฉพาะ
  • Hazmat Label คือ “สัญลักษณ์รูปภาพ” ที่ใช้บอกประเภทความอันตราย เช่น วัตถุไวไฟ สารกัดกร่อน วัตถุระเบิด ก๊าซพิษ

ในการขนส่งวัตถุอันตราย จริง ๆ แล้วต้องใช้ทั้งสองระบบร่วมกัน เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วนและปลอดภัยที่สุด

รู้จักวัตถุอันตรายทั้ง 9 ประเภท ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ตามมาตรฐาน UN วัตถุอันตรายแบ่งออกเป็น 9 ประเภทหลัก ได้แก่

  • Class 1 : วัตถุระเบิด เช่น ดอกไม้ไฟ กระสุน
  • Class 2 : ก๊าซ เช่น LPG คลอรีน
  • Class 3 : ของเหลวไวไฟ เช่น น้ำมันเบนซิน แอลกอฮอล์
  • Class 4 : ของแข็งไวไฟ
  • Class 5 : สารออกซิไดซ์
  • Class 6 : สารพิษและสารติดเชื้อ
  • Class 7 : สารกัมมันตรังสี
  • Class 8 : สารกัดกร่อน เช่น กรด
  • Class 9 : วัตถุอันตรายเบ็ดเตล็ด

การระบุ UN Number จะช่วยให้รู้ว่าสารนั้นอยู่ใน Class ใด และต้องควบคุมการขนส่งอย่างไร

ทำไมธุรกิจขนส่งสารเคมีต้องให้ความสำคัญกับ UN Number 

การขนส่งสารเคมี มีความซับซ้อนและความเสี่ยงสูงกว่าการขนส่งทั่วไป เพราะสารบางชนิดอาจเกิดปฏิกิริยารุนแรงได้แม้เจอความร้อนเพียงเล็กน้อย การระบุ UN Number อย่างถูกต้องจึงช่วยให้

  • การขนส่งสารเคมีมีความปลอดภัย
  • ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ
  • ป้องกันสารรั่วไหล
  • ลดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม
  • เป็นไปตามมาตรฐานสากล

สำหรับผู้ประกอบการด้านขนส่งวัตถุอันตราย เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงรายละเอียดเล็กน้อย แต่เป็นมาตรฐานสำคัญที่สะท้อนความปลอดภัยขององค์กรโดยตรง

แค่ลืมติด UN Number อาจทำให้ธุรกิจเสียหายหลักล้าน 

หลายบริษัทอาจมองว่าการติด UN Number เป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อย แต่ความจริงแล้ว หากระบุข้อมูลผิดหรือลืมติดป้าย อาจสร้างผลกระทบรุนแรงกว่าที่คิด เช่น การขนส่งผิดประเภท เจ้าหน้าที่รับมือเหตุฉุกเฉินล่าช้า เพิ่มความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือสารรั่วไหล รวมถึงอาจผิดข้อกำหนดด้านการขนส่งวัตถุอันตราย ส่งผลต่อทั้งความปลอดภัย ภาพลักษณ์องค์กร และความต่อเนื่องทางธุรกิจ

วิธีตรวจสอบ UN Number ก่อนเริ่มขนส่งสินค้า 

ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ควรตรวจสอบข้อมูลจาก

  • เอกสาร SDS (Safety Data Sheet)
  • คู่มือวัตถุอันตราย
  • ฐานข้อมูลของ UN
  • เอกสารกำกับสินค้า
  • ผู้ผลิตสารเคมี

เพื่อป้องกันความผิดพลาดและลดความเสี่ยงระหว่างการขนส่ง

ธุรกิจแบบไหนที่ต้องให้ความสำคัญกับ UN Number?

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตรายควรใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ เช่น

  • โรงงานอุตสาหกรรม
  • ธุรกิจปิโตรเคมี
  • ผู้ให้บริการ รถขนส่งน้ำมัน
  • บริษัทโลจิสติกส์
  • ผู้ผลิตสารเคมี
  • ธุรกิจพลังงาน
  • ผู้ขนส่งก๊าซและเชื้อเพลิง

เพราะทุกขั้นตอนตั้งแต่จัดเก็บไปจนถึงการขนส่ง ล้วนมีผลต่อความปลอดภัยโดยตรง 

เทคนิคเลือกบริษัทขนส่งวัตถุอันตรายอย่างปลอดภัย

หากต้องใช้บริการขนส่งวัตถุอันตราย ควรเลือกบริษัทที่มี

  • รถขนส่งได้มาตรฐานโดยเฉพาะ รถขนส่งน้ำมัน ที่มีระบบป้องกันการรั่วไหลและติดป้ายเตือนครบถ้วน 
  • พนักงานผ่านการอบรมต้องมีความรู้ด้านวัตถุอันตรายและการรับมือเหตุฉุกเฉิน
  • มีระบบตรวจสอบ UN Number เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการขนส่ง
  • มีประกันและระบบติดตาม ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขนส่งระยะไกล

รวมเรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ UN Number 

  • UN Number คืออะไร? 
    UN Number คือรหัสตัวเลข 4 หลักที่ใช้ระบุประเภทของวัตถุอันตราย สำหรับขนส่งทั่วโลก
  • UN Number สำคัญอย่างไร? 
    ช่วยให้การขนส่งวัตถุอันตราย และขนส่งสารเคมีปลอดภัย ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและการรั่วไหล 
  • ใครเป็นผู้กำหนด UN Number? 
    องค์การสหประชาชาติ (United Nations) เป็นผู้กำหนดมาตรฐาน UN Number 
  • รถขนส่งวัตถุอันตรายต้องติดป้ายอะไรบ้าง? 
    ต้องติดทั้ง UN Number ป้าย Hazmat และสัญลักษณ์ความอันตรายตามข้อกฎหมายกำหนด 
  • หากติด UN Number ผิดจะเกิดอะไรขึ้น? 
    อาจทำให้ขนส่งผิดประเภท เพิ่มความเสี่ยงไฟไหม้ ระเบิด หรือสารเคมีรั่วไหลได้
  • UN Number กับ SDS (Safety Data Sheet) เกี่ยวข้องกันอย่างไร? 
    UN Number และ SDS (Safety Data Sheet) เป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้คู่กันในการจัดเก็บและขนส่งวัตถุอันตราย โดย SDS เป็นเอกสารที่รวบรวมข้อมูลด้านความปลอดภัยของสารเคมี เช่น คุณสมบัติ ความเสี่ยง วิธีการจัดเก็บ อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) และแนวทางรับมือเหตุฉุกเฉิน

ข้อมูล UN Number สามารถตรวจสอบได้จาก Section 14: Transport Information ของ SDS ซึ่งใช้ระบุข้อมูลสำคัญด้านการขนส่ง

Case study: เมื่อ UN Number ช่วยลดความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

หากรถบรรทุกกรดกำมะถันเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำระหว่างการขนส่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถตรวจสอบ UN Number 1830 จากป้ายบนรถและเอกสาร SDS ได้ทันที ทำให้ทราบว่าสารดังกล่าวเป็นกรดกำมะถัน (Sulfuric Acid) ซึ่งจัดอยู่ใน Hazard Class 8 หรือสารกัดกร่อน เจ้าหน้าที่จึงสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสม กำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุ และดำเนินการจัดการสารรั่วไหลได้อย่างถูกต้อง ช่วยลดความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงาน ประชาชน และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ

UN Number เรื่องเล็กที่ช่วยป้องกันความเสียหายครั้งใหญ่ได้ 

แม้ UN Number จะเป็นเพียง “ตัวเลข 4 หลัก” แต่เบื้องหลังของมันคือระบบที่ช่วยรักษาความปลอดภัยของการขนส่งวัตถุอันตรายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นรถขนส่งน้ำมัน การขนส่งสารเคมี หรือเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ การระบุข้อมูลอย่างถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ ป้องกันความเสียหาย และทำให้ทุกการขนส่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล

หากธุรกิจของคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการขนส่งวัตถุอันตราย และขนส่งสารเคมีที่ได้มาตรฐาน มีความเข้าใจด้าน UN Number และข้อกำหนดระดับสากล Kiattana Transport พร้อมให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญแบบครบวงจร ทั้งรถขนส่งเฉพาะทาง ทีมงานที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน เพื่อให้ทุกการขนส่งเป็นไปอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์มาตรฐานของภาคอุตสาหกรรม

สนใจติดต่อ:
โทร: 02-501-7330
Email: marketing@kiattana.co.th